การกำเนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อนคู่ใจตอนสิ้นเดือนของใครหลายคน

การกำเนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อนคู่ใจตอนสิ้นเดือนของใครหลายคน

สิ้นเดือน เหมือนสิ้นใจ กระเป๋าแบนแบบนี้จะต้องนึกถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่า มาม่า ซึ่งถ้ามองในด้านของเศรษฐกิจ การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ มันยังเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ช่วงปลายเดือนเท่านั้น แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังนิยมนำไปทำเมนูอื่นๆอีกมากมายอีกด้วย การได้รับความนิยมของมันก็ทำให้เกิดผู้ผลิตรายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย จนปัจจุบันมียี่ห้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เลือกทานมากมาย

การกำเนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อนคู่ใจตอนสิ้นเดือนของใครหลายคน

ผู้ที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็คือ “โมโมฟุคุ อันโด” ชายชาวญี่ปุ่นและยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท นิชชิน ที่เป็นหนึ่งในบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดฮิตในปัจจุบันนั่นเอง เริ่มต้นจากปี 2501 ประเทศญี่ปุ่นผ่านการแพ้สงครามโลก ทำให้อาหารและข้าวของต่างๆมีราคาแพง นายอันโดจริงคิดค้นการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยตัวเองหลายต่อหลายครั้ง

จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสแรกของโลกก็คือ “ชิกิ้น ราเมน” เป็นการเอาเส้นราเมนที่ผสมกับน้ำซุปกระดูกไก่ นำมาทอดในน้ำมันปาล์มเพื่อขจัดความชื้น ทำให้สามารถเก็บไว้ในระยะยาวได้ และเมื่อต้องการทานก็แค่เติมน้ำร้อนเท่านั้น นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จครั้งสำคัญของนายอันโดเลยทีเดียว ปัจจุบันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรส “ชิกิ้น ราเมน” ก็ยังคงเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป

หลังจากนั้นก็มีบริษัทผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดขึ้นมากมายทั้งใน อเมริกา จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้และ ไทย เป็นต้น โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้เริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2514-2515 ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกคือ “ซันวา” ซึ่งนำต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนกิน หลังจากนั้นก็มียี่ห้อ ยำยำ ไวไว มาม่า ที่ตามมาหากแต่นำต้นแบบมาจากประเทศไต้หวันที่เพียงแค่เติมน้ำร้อนก็สามารถทานได้ทันที

“โมะโมะฟุกุ อันโด” (安藤百福)

โมะโมะฟุกุ อันโด

ตามประวัติ โมะโมะฟุกุ อันโด เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ.1910 ก่อนการโคจรเข้ามาใกล้โลกของดาวหางฮัลเลย์เพียงไม่กี่วัน ชื่อแรกหลังลืมตาดูโลกคือ อู๋ ไป่ฝู (吳百福) เขาเกิดในตระกูลอู๋ หนึ่งในตระกูลนักธุรกิจผู้มีฐานะในเมืองเจียอี้ เมืองใหญ่ทางภาคตะวันตกของเกาะไต้หวัน ซึ่งขณะนั้นยังถูกปกครองภายใต้ร่มธงเคียวกูจิตสึกิ ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

นื่องจากบิดามารดาคือ อู๋ ชือ อวี้ และ อู๋ เชียน ลวี โชคร้ายเสียชีวิตตั้งแต่เขายังแบเบาะ เด็กชายไป่ฝู จึงถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่ซึ่งเปิดร้านขายส่งผ้าในเมือง ที่มีส่วนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มกิจการขายเสื้อผ้าของตัวเองในไทเปซึ่งเป็นเมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อมีอายุได้ 22 ปี โดยลงทุนกว่า 190,000 เยน ก่อนจะคิดการใหญ่ขยายกิจการเสื้อผ้าไปยังประเทศญี่ปุ่นในปีต่อมา นั่นทำให้เขามีโอกาสได้เหยียบแผ่นดินอาทิตย์อุทัยเป็นครั้งแรก

ไป่ฝู ก่อตั้งโรงงานตัดเย็บและร้านค้าในโอซากา พร้อมกับสมัครเรียนธุรกิจที่มหาวิทยาลัยริทสุเมอิคันไปด้วย ระหว่างที่กิจการเติบโตไปได้ดี การแพร่อำนาจของกองทัพเลือดซามูไร ไฟสงครามก็หวนกลับมาทำลายกิจการของเขาจนแทบล้มละลาย โรงงานตัดเย็บเล็ก ๆ ถูกทิ้งระเบิดจนไม่เหลือซาก ผ้าดิบและเครื่องจักรกลในโรงงาน กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ภายหลังการยกธงขาวของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เศรษฐกิจทั่วประเทศตกต่ำ กิจการต่าง ๆ พากันล้มละลาย แน่นอนว่ากิจการเล็ก ๆ ที่ไป่ฝูก่อตั้งมากับมือก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่นั่นยังไม่ใช่จุดนิวโลว์ของกราฟชีวิต ในปี 1948 ไป่ฝูถูกจับข้อหาหลบเลี่ยงภาษี ต้องไปนอนเล่นในคุกอยู่นานสองปี เรื่องนี้เขาอธิบายภายหลังว่าไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงภาษี แต่เพราะเป็นคนใจดีชอบให้ทุนการศึกษากับนักเรียนที่การเงินมีปัญหา เลยถูกเหมารวมว่าใช้วิธีนี้ในการหลีกเลี่ยงภาษีไปด้วย

ฝันของชายคนนี้ไม่ได้มอดไหม้ไปในกองไฟ เขาลุกขึ้นมาลงทุนครั้งใหม่ในธุรกิจอาหาร โดยเริ่มต้นจากการขายเกลือ เวลานั้นเกาะไต้หวันเพิ่งได้รับอิสรภาพจากญี่ปุ่น เขาจึงต้องเลือกว่าจะถือสัญชาติไหนระหว่างไต้หวัน หรือ ญี่ปุ่น ซึ่งเขาตัดสินใจเลือกเป็นคนจีน เนื่องจากหากตอนนั้นเปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่น ทรัพย์สินและที่ดินทั้งหมดของเขาบนเกาะไต้หวัน มีโอกาสที่จะถูกทางการริบไปได้

จนกระทั่งปี 1966 เขาถึงเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นพลเมืองญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยใช้นามสกุล อันโด ตาม มาซาโกะ อันโด ภรรยาคนที่สาม ซึ่งเป็นหญิงสาวที่มีเลือดลูกพระอาทิตย์ไหลเวียนอยู่เต็มตัว

ลืมบอกไปว่า อู๋ ไป่ฝู แต่งงานทั้งหมดสามครั้ง ครั้งแรกกับหญิงไต้หวัน ตอนเขาอายุ 18 ปี ภรรยาคนที่สองเจอกันในกรุงไทเปเมื่อปี 1938 และ มาซาโกะ อันโด บุตรสาวคนที่สามของตระกูลอันโด ที่ต้นตระกูลของเธอเป็นนักบวชชินโตในศาลเจ้านิโฮนมัทซึ ในเมืองฟูกูชิมะ ซึ่ง ไป่ฝู หนุ่มนักธุรกิจจากเกาะฟอร์โมซา ได้จดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการเมื่อปี 1945 ปีเดียวกับที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง และมีลูกด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ โคคิ อันโด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสชินฟูดส์ โฮลดิ้งส์ จำกัด คนปัจจุบัน

ไป่ฝู หรือ โมะโมะฟุกุ อันโด ตามการอ่านตัวเขียนในภาษาญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นคนครั้งแรกของโลกเมื่อปี 1958 ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างภาวะขาดแคลนอาหารช่วงหลังสงคราม เวลานั้นรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับข้าวสาลีที่สหรัฐอเมริกาส่งมาช่วยเหลือ เลยส่งเสริมให้ประชาชนกินขนมปังและบิสกิตที่ทำจากแป้งสาลี เพราะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องและเก็บรักษาได้นานกว่าข้าวสวย

วันหนึ่งขณะที่เขาเดินผ่านผู้คนหิวโหยที่ยืนตัวสั่นท่ามกลางความหนาวเย็น เพื่อต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรับราเมงร้อน ๆ หนุ่มใหญ่ผู้กินราเมงเป็นประจำมานานกว่า 48 ปี ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมรัฐบาลญี่ปุ่นไม่แนะนำให้คนกินราเมงซึ่งเป็นอาหารประจำชาติ ทั้งที่ทำจากแป้งสาลีเหมือนกัน

โมะโมะฟุกุ อันโด

โมะโมะฟุกุ เก็บความสงสัยกลับบ้าน แล้วหาคำตอบด้วยการซุ่มคิดค้นสูตรอาหารสุดโปรดขึ้นมา โดยใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ อย่างกระทะก้นลึก และหม้อต้มซุป ตอนแรกที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น โมะโมะฟุกุ ตั้งเป้าไว้ห้าเรื่องคือ ต้องอร่อย, เก็บได้นาน, ปรุงง่าย, ไม่แพง และต้องปลอดภัย จากความพยายามในกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังบ้านอยู่นานนับปีโดยแทบไม่มีวันหยุดพัก และนอนพักผ่อนเพียงแค่คืนละไม่ถึง 4 ชั่วโมง ในที่สุดโลกก็ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” จากการที่เขาเห็นภรรยากำลังทอดเทมปุระอยู่ในครัว

ขั้นตอนการผลิตง่าย ๆ ที่ต่อมาถูกลอกเลียนไปทั่วทั้งโลกก็คือ นำเส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลีมาต้มในน้ำซุปรสเข้มข้น ซึ่งสูตรดั้งเดิม โมะโมะฟุกุ เลือกใช้ซุปไก่ เนื่องจากความเชื่อที่ว่าซุปไก่นั้นอร่อยและมีประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับหญิงมีครรภ์ พอเส้นเหนียวนุ่มเริ่มดูดซับรสชาติความเข้มข้นจนได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาผึ่งให้แห้งพอประมาณ ก่อนนำลงไปทอดในน้ำมันปาล์มเดือดจัดอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ความชื้นออกให้หมด แค่นี้ก็จะได้สุดยอดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต่อมาทั่วโลกบริโภคกันมากกว่าวันละ 280 ล้านซอง

เกมยิงปลา LEGEND OF THE PHOENIX ได้เงินจริง เกม สล็อต จากค่าย slotxo ที่ได้ยกทะเลทั้งทะเล มาไว้บนจอมือถือให้คุณได้ยิงปลา เพื่อชิงรางวัลกันได้ง่าย ๆ หรือว่าจะลองไปทดลองเล่นเกมฟรีดูก่อน ก็ไม่เสียเงิน

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : ประวัติศาสตร์และจุดจบของราชวงศ์เกาหลี