10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว จริง ๆ มีเรื่องลึกลับที่เรายังไม่เข้าใจอีกมากมาย แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่เราไม่เคยรู้เลยว่า ปริศนาลึกลับเหล่านั้น ได้ถูกไขเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยัง และวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักเรื่องลึกลับบางส่วน ที่ถูกทิ้งเป็นปริศนามาอย่างยาวนาน ที่ได้ถูกแก้ไขข้อสงสัยแล้วนั่นเอง

1. การหายไปของอารยธรรมนัซกา

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

ชาวนัซกากลาย เป็นที่รู้จักของชาวโลก เนื่องจากผลงานลานเส้นนัซกาขนาดใหญ่ที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิวของทะเลทรายนัซกา ประเทศเปรู มีทฤษฎีมากมายที่เกี่ยวกับลายเส้นนัซกา บ้างก็ว่าพวกเขา ต้องการสื่อสารกับอารยธรรมที่สูงส่งจากนอกโลก แต่สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบว่า พวกเขาสร้างเส้นนัซกาขึ้นมา

เพื่อสื่อสารกับพระเจ้า โดยการเดินทางไปตามเส้นเหล่านี้ และการหายไปของอารยธรรมนัซกาก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ได้พิสูจน์แล้วว่า ชาวนัซกาพ่ายแพ้ต่อความแห้งแล้งเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า

2. ความลับของหัวโมอาย

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

บนเกาะอีสเตอร์ที่ห่างไกล มีรูปปั้นศีรษะขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ทั่วเกาะที่เรียกว่า “ โมอาย ” บางศีรษะมีความสูงถึง 20 ฟุต และนั่นทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่า ผู้คนโบราณจะมีความสามารถในการตั้งศีรษะขนาดนี้เป็นร้อย ๆ ได้อย่างไร

แต่สุดท้ายความลับเหล่านี้ ก็ถูกไขโดย ธอร์ เฮเบอร์ดาห์ล นักมานุษยวิทยาชาวนอร์เวย์ ที่เปิดเผยความลับของหัวโมอาย ด้วยการขุดค้นพบว่าพวกมันมีลำตัวอยู่ด้านล่าง และสามารถติดตั้งได้ด้วยเครื่องมือของคนสมัยก่อน

3. สุสานปลาวาฬในชิลี

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

สุสานปลาวาฬมหึมา ถูกค้นพบอยู่กลางทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลี นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดการตายหมู่ของปลาวาฬเหล่านี้ จนกระทั่งมีการค้นพบว่า ปลาวาฬเหล่านี้ไม่ได้ตายพร้อม ๆ กัน แต่เป็นซากปลาวาฬที่ตายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในช่วง 20,000 ปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุการตายของปลาวาฬเกิดจากการแพร่กระจายของสาหร่ายพิษ

4. ลายมือลึกลับ ในมหากาพย์โอดิสซีย์

10 เรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ ที่ถูกแก้ไขแล้ว

โอดิสซีย์ เป็นบทประพันธ์มหากาพย์ กรีกโบราณของโฮเมอร์ ที่มีอายุราว 800 ปีก่อนคริสตกาล โดยหนึ่งในสำเนาของโอดิสซีย์ที่มีอายุประมาณ 500 ปี มีลายมือลึกลับจดโน๊ต เป็นภาษาที่ไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งภายหลังมีการในเทคโนโลยีในปัจจุบันวิเคราะห์ว่า ลักษณะการจดโน๊ตที่มีรูปแบบเฉพาะนี้

ถูกคิดค้นขึ้นโดย Jean Coulon de Thévénot นักผจญภัยชาวฝรั่งเศสในสมัยนั้น โดยรูปแบบการจดบันทึกแบบย่อนี้ ถูกให้ความสำคัญ ยิ่งกว่าความหมายที่เขาจดไว้เสียอีก

5. หลุมดำในฟลอริดา

กลุ่มนักโบราณคดีนั้น ได้ค้นพบหลุมแห่งหนึ่ง ในแม่น้ำออซิลลาทางตอนใต้ของฟลอริดามานานหลายปีแล้ว แต่ด้วยความดำสนิทของน้ำในบริเวณนั้น จึงไม่มีใครเคยคิดที่จะดำลงไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่ จนกระทั่ง เจสซี ฮัลลิแกน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย แห่งรัฐฟลอริดา ตัดสินใจที่จะค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

โดยเธอได้พบงา และโครงกระดูกของมาสโตดอน สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เป็นบรรพบุรุษของช้าง รวมถึงเครื่องมือโบราณของมนุษย์ ที่พิสูจน์ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ ในพื้นที่ฟลอริดามานานตั้งแต่ 14,500 ปีก่อน

6. กลไกคอมพิวเตอร์ชิ้นแรกของกรีก

กลไกแอนติคิเธียรา ได้รับการขนานนามว่า เป็นกลไกคอมพิวเตอร์ชิ้นแรกของโลก มันเป็นโลหะที่สึกกร่อนอยู่ในกล่องไม้ที่ผุพัง โดยถูกพบอยู่ในเรืออับปางที่มาจากในสมัย 80-50 ปีก่อนคริสตกาล และเมื่อไม่นานมานี้

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบจุดประสงค์ ที่แท้จริงว่ามันเป็นชิ้นส่วนของอุปกรณ์นำทางของชาวกรีก ที่ถูกชาวโรมันขนมาบนเรือพร้อมทรัพย์สินอื่นๆ ก่อนที่เรือดังกล่าวจะอับปางลงไปอยู่ก้นทะเล

7. กองทัพที่หายไป ของพระเจ้าแคมไบซีสที่ 2

ย้อนกลับไปเมื่อ 524 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าแคมไบซีสที่ 2 แห่งเปอร์เชีย ได้เคลื่อนกองทัพไปยังต่อสู้กับชาวเอธิโอเปีย แต่แล้วเรื่องราวลึกลับก็เกิดขึ้น เมื่อทหารกว่า 50,000 คนที่กำลังเดินทางไปนั้น หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกลายเป็นตำนานลึกลับที่ถูกเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน

แต่เมื่อไม่นานมานี้ 2 นักวิทยาศาสตร์ แองเจโล และอัลเฟรโด คาสติกลิโอนี ที่เข้ามาศึกษาเรื่องนี้ยาวนานถึง 13 ปี ได้พบหลักฐานแล้วว่า กองทัพไม่ได้หายไปไหน แต่ล้มตายจากพายุทรายที่รุนแรงต่างหาก

8. ศีรษะลึกลับบอสแฮม

เนื่องจากสภาพที่ย่ำแย่จนไม่สามารถระบุได้ จึงทำให้มันกลายเป็นเรื่องลึกลับมานานกว่า 2 ศตวรรษ และยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก ถึงที่มาของศีรษะลึกลับนี้ แต่ผลจากการใช้เลเซอร์สแกนทำให้นักวิทยาศาสตร์ระบุได้ว่า ศีรษะที่หนักถึง 350 ปอนด์นี้เป็นศีรษะของรูปปั้นจักรพรรดิทราจันแห่งจักรวรรดิโรมัน

9. ปริศนาหินเดินได้ที่ เดธ วัลเลย์

เป็นเรื่องลึกลับระดับตำนาน เมื่อหินหลายก้อนในบริเวณหุบเขาเดธ วัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเคลื่อนที่ได้เอง โดยมีการทิ้งร่องรอยการเคลื่อนที่ให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน หินบางก้อนมีขนาดหนักหลายกิโลกรัม ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มสงสัย และพยายามหาคำตอบ

จนกระทั่งทฤษฎีล่าสุดของ ราล์ฟ โลเรนซ์ ได้พิสูจน์ว่า แผ่นน้ำแข็งที่ก่อตัวล้อมรอบหินในช่วงฤดูหนาว ในช่วงที่มันเริ่มละลายประกอบกับลมที่รุนแรง จะทำให้หินเคลื่อนที่ไหลไปตามพื้นได้

10. การหายไปของพระบรมศพ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ

พระบรมศพของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษถูกฝังโดยปราศจากพิธี และสุสานของพระองค์ก็ถูกทำลายระหว่างการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ ซึ่งพระบรมศพยังสาบสูญอีกกว่า 500 ปี และไม่มีใครคาดคิดว่าจะเจออีก

จนกระทั่งในปี 2012นั้น ได้มีการขุดทางโบราณคดีบนที่จอดรถสภานครแห่งหนึ่ง และได้ค้นพบโครงกระดูกปริศนา และจากการตรวจสอบหาอายุด้วยคาร์บอนรังสี และการเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่านี่คือพระบรมศพของพระองค์นั่นเอง

10 ลานสเก็ตน้ำแข็ง ที่งดงามที่สุดในโลก! ในประเทศแถบยุโรป หรือประเทศที่มีอากาศหนาวจัด มีหนึ่งกิจกรรมช่วงหน้าหนาวของเขาคือ การเล่นหิมะ สเก็ตน้ำแข็ง ที่เป็นกิจกรรมที่ใช้ทักษะเฉพาะตัว ความสามารถ การฝึกฝน รวมไปถึงเป็นกิจกรรมที่สร้างสังคมให้อบอุ่นอีกด้วย

แนะนำเรื่องที่น่าสนใจ : 10 ปริศนาประวัติศาสตร์ของโลก